RTES

ข้อสอบ RTES คืออะไร
RTES ย่อมาจาก Royal Thai Armed Forces Headquarters Test of English Skills พัฒนาขึ้นโดยสถาบันภาษากองทัพไทยตั้งแต่ปี 2561 โดยมีกระบวนการพัฒนาแบบทดสอบตามมาตรฐาน และได้รับการรับรองจากผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา แบบทดสอบ RTES ใช้ในการวัดระดับภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ระดับทักษะภาษาอังกฤษของกองบัญชาการกองทัพไทย (RTARF HQ Scale of English Skills หรือ RSES) ซึ่งแบบทดสอบ RTES จะเริ่มครั้งแรกในปี 2563

รูปแบบข้อสอบเป็นอย่างไร
แบบทดสอบ RTES ใช้ในการวัดระดับ RSES 3-5 ซึ่งเป็นระดับที่สามารถปฏิบัติงานทั่วไป เดินทางไปดูงาน เข้ารับการอบรมระยะสั้น และศึกษาต่อต่างประเทศ สำหรับการรายงานผลการทดสอบจะรายงานเป็นระดับ RSES เช่น ร.ต. สมชาย สอบได้ RSES 3 โดยแบ่งการทดสอบเป็น 4 ส่วน ได้แก่ การฟัง บทสนทนา การอ่าน และการเขียน
1. การฟัง ทดสอบความเข้าใจจากการฟัง เนื้อหาจะเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน การเดินทาง การปฏิบัติงานทั่วไป และการทหารทั่วไป เช่น การสนทนาในชีวิตประจำวัน การประกาศ การสนทนาการโทรศัพท์ การประชุม และบทพูดสั้น ๆ โดยกำหนดให้ฟัง 1 รอบ ลักษณะข้อสอบเป็นแบบเลือกตอบ (multiple choices) จำนวน 25 ข้อ
2. บทสนทนา ทดสอบการใช้สำนวนภาษาให้เหมาะสมกับโอกาสและสถานการณ์ โดยจะมีทั้งบทสนทนาในชีวิตประจำวันและบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ลักษณะข้อสอบเป็นแบบเลือกตอบ (multiple choices) จำนวน 25 ข้อ
3. การอ่าน ทดสอบความเข้าใจจากการอ่าน เนื้อหาจะมีทั้งการอ่านเรื่องทั่วไป เช่น ตาราง แผนภูมิ โฆษณา ฯลฯ และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน เช่น คู่มือ อีเมล์ หนังสือราชการ บทความทางทหาร ฯลฯ ลักษณะข้อสอบเป็นแบบเลือกตอบ (multiple choices) จำนวน 25 ข้อ
4. การเขียน ทดสอบความรู้ด้านคำศัพท์และไวยากรณ์ ตลอดจนรูปแบบการเขียนชนิดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน เช่น รูปแบบการเขียนหนังสือราชการและอีเมล์ ลักษณะข้อสอบเป็นแบบเลือกตอบ (multiple choices) จำนวน 25 ข้อ

ทำไมเราต้องสอบ RTES
เพื่อให้ทราบระดับภาษาอังกฤษของตนเองตามเกณฑ์ระดับทักษะภาษาอังกฤษของกองบัญชาการกองทัพไทย(RSES) และสามารถใช้ผลการสอบประกอบการพิจารณาต่าง ๆ ตามที่กองบัญชาการกองทัพไทยกำหนดได้

คำแนะนำเพิ่มเติมในการสอบ RTES
1. ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถาบันภาษากองทัพไทย
2. สมัครสอบออนไลน์ได้ตามเว็บไซต์ที่กำหนด
3. ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรอบสอบหลังจากปิดรับสมัครแล้ว และหากไม่มาสอบในรอบที่สมัครไว้ จะถือว่าสละสิทธิ์
4. เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการสอบให้ครบถ้วน ได้แก่ ดินสอ 2B ยางลบ ปากกา
5. เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรข้าราชการมาในวันสอบ
6. ควรเดินทางถึงสถานที่สอบก่อนเวลาสอบประมาณ 15 – 20 นาที
7. ไม่อนุญาตให้เข้าห้องสอบภายหลังการสอบเริ่มแล้ว เนื่องจากการสอบจะเริ่มจากการฟัง
8. ผลการสอบมีอายุ 2 ปี นับตั้งแต่วันสอบ และการสมัครสอบใหม่จะต้องมีระยะเวลาห่างจากการสอบครั้งก่อนไม่น้อยกว่า 6 เดือน ทั้งนี้สามารถเลือกใช้ผลการสอบที่ดีที่สุดที่ยังไม่หมดอายุได้