“thief” เป็นคำนาม แปลว่า ขโมย โจร เช่น
- A thief broke into a house and took the money away.
โจรงัดเข้าบ้านและขโมยเงินไป
- When she got out of the car, the thief took her bag and ran away.
เมื่อเธอลงจากรถ โจรก็กระชากกระเป๋าของเธอและวิ่งหนีไป
“pickpocket” เป็นคำนาม หมายถึง นักล้วงกระเป๋า ตัวอย่างประโยค เช่น
- There are many people at the book fair. Watch out for pickpockets.
ในงานหนังสือคนเยอะมาก ระวังพวกล้วงกระเป๋านะ
- The police caught a pickpocket and I got my purse back.
ตำรวจจับนักล้วงกระเป๋าได้ ฉันก็ได้กระเป๋าคืน

Rob
Script

“rob” เป็นคำกริยา มีความหมายว่า ปล้น ตัวอย่างประโยค เช่น
- The post office has been robbed twice.
ที่ทำการไปรษณีย์ถูกปล้นมาแล้วสองครั้ง
- Three thieves robbed the bank and failed.
โจรสามคนปล้นธนาคารแต่ไม่สำเร็จ
“steal” เป็นคำกริยา แปลว่า ขโมย ปล้น ฉกฉวย ตัวอย่างประโยค เช่น
- Look! He is stealing a bicycle!
ดูนั่น! เขากำลังขโมยจักรยาน!
- Someone stole my wallet.
มีคนขโมยกระเป๋าเงินของฉัน
“shoplift” เป็นคำกริยา แปลว่า ลักขโมยของตามร้าน ตัวอย่างประโยค เช่น
- He shoplifted from a supermarket.
เขาขโมยของจากซูเปอร์มาร์เกต
- She was caught while she was shoplifting.
เธอโดนจับได้ตอนกำลังขโมยของ
“obese” เป็นคำคุณศัพท์ แปลว่า อ้วนจนเป็นโรค ตัวอย่างประโยค เช่น
- The number of obese people is rising.
จำนวนคนที่เป็นโรคอ้วนกำลังเพิ่มขึ้น
- Obese people are at risk for many serious diseases.
คนอ้วนเกินเกณฑ์เสี่ยงเป็นโรคร้ายแรงจำนวนมาก
“overweight” เป็นคำคุณศัพท์ มีความหมายว่า น้ำหนักเกินจนอาจมีผลเสียต่อสุขภาพ ตัวอย่างประโยค เช่น
- Being overweight can cause high blood pressure.
การมีน้ำหนักเกินอาจก่อให้เกิดความดันเลือดสูง
- I was overweight. I lost fifteen kilos and feel better now.
ฉันเคยน้ำหนักเกิน ฉันลดน้ำหนักไปสิบห้ากิโลและตอนนี้รู้สึกดีมาก
“chubby” เป็นคำคุณศัพท์ มีความหมายว่า จ้ำม่ำ มักใช้กับเด็ก ตัวอย่างประโยค เช่น
- Look at that kid! A pretty child with chubby cheeks!
ดูเด็กคนนั้นซิ หน้าตาน่ารักแถมแก้มยุ้ยเชียว
- I was very chubby when I was a baby.
สมัยที่ยังแบเบาะฉันอ้วนจ้ำม่ำมาก
“plump” เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง ค่อนข้างอ้วน อวบ เจ้าเนื้อ ตัวอย่างประโยค เช่น
- She had gray hair, and was slightly plump.
เธอมีผมสีเทา และค่อนข้างอ้วน
- Mrs. Reynolds was a small and rather plump lady with a kind face.
มิสซิสเรย์โนลด์เป็นผู้หญิงร่างเล็กเจ้าเนื้อ หน้าตาใจดี

Fat
Script

“fat” เป็นคำคุณศัพท์ แปลว่า อ้วน ใช้อธิบายคนหรือสัตว์ที่มีรูปร่างอ้วนใหญ่ในลักษณะกว้าง ๆ เช่น
- The taxi driver is a fat and angry man.
คนขับรถแทกซี่เป็นคนอ้วนและขี้โมโห
- My cat is as fat as a pig.
แมวของฉันอ้วนพอ ๆ กับหมู
“crisp” เป็นคำคุณศัพท์ ใช้อธิบายลักษณะอากาศที่แห้ง ไม่มีความชื้น แต่เย็นสดชื่น ตัวอย่างประโยค เช่น
- The weather on the mountain is bright and crisp.
อากาศบนเขาแจ่มใสและหนาวเย็นชื่นใจ
- It is a crisp and fresh morning.
เช้านี้อากาศหนาวและเย็นสดชื่น
“freezing” เป็นคำคุณศัพท์ มีความหมายว่า หนาวจัด ตัวอย่างประโยค เช่น
- Can I turn off the air-con? I’m freezing.
ฉันปิดแอร์ได้ไหม ฉันหนาวจนจะแข็งแล้ว
- It’s terrible to wait for a bus in the freezing air.
การรอรถบัสกลางอากาศหนาวติดลบเป็นอะไรที่แย่มาก

Cold
Script

“cold” เป็นคำคุณศัพท์ มีความหมายว่า (อากาศ) หนาว (รู้สึก) หนาว ตัวอย่างประโยค เช่น
- Take your coat. It’s getting cold.
หยิบเสื้อคลุมไปด้วยนะ เริ่มหนาวแล้ว
- I feel cold, tired and hungry.
ฉันรู้สึกทั้งหนาว เหนื่อย แล้วก็หิว

Cool
Script

“cool” เป็นคำคุณศัพท์ แปลว่า เย็นสบาย ไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป เช่น
- The weather forecast said it will be cool this evening.
พยากรณ์อากาศบอกว่าเย็นนี้อากาศจะเย็นสบาย
- It's a cool day to go for a picnic.
วันนี้อากาศดีน่าไปปิคนิค
“raining cats and dogs” แปลว่า (ฝน) ตกหนักอย่างไม่ลืมหูลืมตา ตัวอย่างประโยค เช่น
- The weather today is really awful. It’s raining cats and dogs!
อากาศวันนี้แย่มากจริง ๆ ฝนตกไม่ลืมหูลืมตาเลย
- You should stay here for a while. It’s raining cats and dogs out there.
เธออยู่ที่นี่สักพักก่อนดีกว่า ข้างนอกฝนตกหนักมาก

Pour
Script

“pour” เป็นคำกริยา แปลว่า (ฝน) ตกหนัก เช่น
- We couldn’t go anywhere because it’s pouring outside.
เราออกไปไหนไม่ได้เพราะข้างนอกฝนตกหนัก
- It’s very dangerous to drive through pouring rain.
การขับรถฝ่าสายฝนที่ตกหนักเป็นเรื่องอันตรายมาก

Rain
Script

“rain” เป็นได้ทั้งคำนามและคำกริยา แปลว่า ฝน หรือ ฝนตก ตัวอย่างประโยค เช่น
- It’s been raining for two days.
ฝนตกมาสองวันแล้ว
- The water level in the river is higher after the rain.
ระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้นหลังจากฝนตก
“shower” เป็นคำนาม มีความหมายว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ ตัวอย่างประโยค เช่น
- The game was interrupted by a brief shower.
การแข่งขันถูกขัดจังหวะด้วยฝนที่ตกลงมาสั้น ๆ
- There will be showers in the afternoon.
ช่วงบ่ายจะมีฝนตกลงมาเป็นระยะ
“sprinkle” เป็นได้ทั้งคำนามและคำกริยา แปลว่า ตกปรอย ๆ หรือ ฝนตกปรอย ๆ เช่น
- It began to sprinkle when we left the school.
ฝนเริ่มตกปรอย ๆ ตอนที่พวกเราออกจากโรงเรียน
- Don’t worry. It’s just a sprinkle.
ไม่เป็นไรหรอก แค่ฝนตกปรอย ๆ เอง
“drizzle” เป็นได้ทั้งคำนามและคำกริยา แปลว่า ตกปรอย ๆ หรือ ฝนตกปรอย ๆ เช่น
- It started to drizzle when we reached home.
ฝนเริ่มตกปรอย ๆ ตอนพวกเราถึงบ้าน
- The drizzle had stopped before we went out.
ฝนที่ตกปรอย ๆ หยุดตกก่อนที่เราจะออกไปข้างนอก
คำว่า “rumor” เป็นคำนาม แปลว่า ข่าวลือ ตัวอย่างการใช้ในประโยค เช่น
- Rumor has it that he is not married.
ลือกันว่าเขายังไม่แต่งงาน
- There is a rumor going around that this facility will be shut down.
มีข่าวลือว่าอาคารนี้จะถูกปิดลง
คำว่า “hearsay” ซึ่งเป็นคำนาม แปลว่า คำบอกเล่า หรือ เรื่องที่ได้ยินมา แต่ไม่ทราบว่าเป็นความจริงหรือไม่ ตัวอย่างการใช้ในประโยค เช่น
- Much of what was reported to them was hearsay.
ส่วนใหญ่ที่พวกเขาได้รับรายงานเป็นคำบอกเล่า
- What you know about him is all hearsay.
ทุกอย่างที่คุณรู้เกี่ยวกับเขาล้วนแต่เป็นคำบอกเล่าทั้งสิ้น
คำว่า “intelligence” เป็นคำนาม แปลว่า ข่าว หรือ ข้อมูล โดยมักจะใช้ในแวดวงข่าวทหาร อย่างเช่น
- Sergeant Riley will go and gather intelligence on the enemy.
สิบเอกไรลี่ย์จะไปหาข่าวเกี่ยวกับข้าศึก
คำว่า “intelligence” นั้น นิยมพูดโดยย่อว่า “intel” เช่น
- I don’t have any intel on Bin Laden.
ฉันไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับบินลาเด็นเลย

news
Script

คำว่า “news” เป็นคำนาม แปลว่า ข่าว ตัวอย่างการใช้ในประโยค เช่น
- No news is good news.
ไม่มีข่าวอะไรก็คือข่าวดี
- I was on the 8 p.m. news.
ฉันได้ออกข่าวสองทุ่มด้วย
คำว่า “information” เป็นคำนาม แปลว่า ข้อมูล เช่น
- I want some information concerning this case.
ฉันต้องการข้อมูลเกี่ยวกับกรณีนี้
คำว่า “information” นั้น ยังนิยมพูดสั้น ๆ ว่า “info” ด้วยค่ะ ตัวอย่างเช่น
- Do you have any info on the new policy?
คุณมีข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายใหม่ไหม?

gulp
Script

“gulp” เป็นคำกริยา แปลว่า ดื่มอึกใหญ่ ตัวอย่างประโยค เช่น
- He is gulping a whole bottle of energy drink.
เขากำลังดื่มเครื่องดื่มชูกำลังอึกใหญ่ ๆ เข้าไปทั้งขวด
- Sara gulped down a mouthful of coffee.
ซาร่าดื่มกาแฟลงไปอึกใหญ่
“drink” เป็นคำกริยา แปลว่า ดื่ม ตัวอย่างการใช้ในประโยค เช่น
- I don’t drink coffee.
ฉันไม่ดื่มกาแฟ
- He is drinking tea.
เขากำลังดื่มชา

sip
Script

“sip” เป็นคำกริยา แปลว่า จิบ ตัวอย่างการใช้ในประโยคอย่างเช่น
- I am sipping ice cold beer on the Mediterranean.
ฉันกำลังจิบเบียร์เย็น ๆ อยู่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน
- The coffee is way too hot, I have to sip.
กาแฟร้อนเกินไป ฉันต้องค่อย ๆ จิบ

park
Script

คำว่า “park” เป็นคำนาม แปลว่า สวนสาธารณะ ตัวอย่างการใช้ในประโยค เช่น
- I love walking in a park.
ผมชอบเดินเล่นในสวนสาธารณะ
- There are a lot of parks in New York.
มีสวนสาธารณะมากมายในนิวยอร์ก
“orchard” เป็นคำนาม แปลว่า สวนผลไม้ ตัวอย่างการใช้ในประโยค เช่น
- There are a variety of fruits in my orchard.
มีผลไม้หลากหลายชนิดอยู่ในสวนของผม
- I used to work in an orange orchard.
ผมเคยทำงานในสวนส้ม
“field” เป็นคำนาม แปลว่า สนาม หรือทุ่ง ตัวอย่างการใช้ในประโยค เช่น
- I hate working in the field.
ผมเกลียดการทำงานในสนาม
- There is a tulip field near my house.
มีทุ่งทิวลิปอยู่ใกล้ ๆ บ้านของผม

yard
Script

“yard” เป็นคำนาม แปลว่า สนามหญ้าที่อยู่ติดกับตัวบ้าน ตัวอย่างการใช้เช่น
- I saw him standing in the yard.
ฉันเห็นเขายืนอยู่ในสนามหญ้า
- There is a tree in the yard.
มีต้นไม้ต้นหนึ่งอยู่ในสนาม

lawn
Script

“lawn” เป็นคำนาม แปลว่า สนามหญ้าหน้าบ้าน ตัวอย่างเช่น
- He always keeps his lawn nice and neat.
เขารักษาสนามหญ้าหน้าบ้านให้เรียบร้อยอยู่เสมอ
- I haven’t had time to mow my lawn.
ผมไม่มีเวลาตัดหญ้าในสนาม
“garden” เป็นคำนาม แปลว่า สวนดอกไม้ หรือสวนผักค่ะ ตัวอย่างเช่น
- My garden is full of jasmines.
สวนของผมเต็มไปด้วยดอกมะลิ
- I like to spend my Sunday in the garden.
ผมชอบที่จะใช้เวลาวันอาทิตย์ในสวน
“introverted” เป็นคำคุณศัพท์ แปลว่า ชอบอยู่กับตัวเอง ไม่ชอบเข้าสังคม ตัวอย่างประโยคเช่น
- The young girl became introverted.
เด็กหญิงกลายเป็นคนเก็บตัว
- I was more introverted than Arthur when we were children.
ผมไม่ชอบเข้าสังคมมากกว่าอาร์เธอร์เสียอีกตอนเราเป็นเด็ก
“reserved” เป็นคำคุณศัพท์ แปลว่า ขรึม สงวนท่าที ตัวอย่างประโยคเช่น
- He was a reserved man but not a cold one.
เขาเป็นคนขรึมแต่ไม่ใช่คนเย็นชา
- English people are usually reserved.
คนอังกฤษมักสงวนท่าที
“embarrassed” เป็นคำคุณศัพท์ มีความหมายว่า อาย เก้อเขิน เพราะทำอะไรผิดพลาด ตัวอย่างประโยคเช่น
- I got very drunk at the party and I feel really embarrassed about it.
ผมเมามากที่งานเลี้ยง รู้สึกอายมากเลย
- I was really embarrassed when I fell.
ผมอายมากตอนหกล้ม

shy
Script

“shy” เป็นคำคุณศัพท์ แปลว่า ขี้อาย ประหม่าหรือกังวลเมื่อต้องพูดกับคนอื่น ตัวอย่างประโยคเช่น
- She was very shy with strangers.
เธอประหม่ากับคนแปลกหน้า
- He was too shy to ask her to dance with him.
เขาอายเกินกว่าจะขอเธอเต้นรำ
คำว่า “secret” สามารถเป็นได้ทั้งคำนามและคำคุณศัพท์ แปลว่า ความลับ หรือที่เป็นความลับ ตัวอย่างประโยคเช่น
- We have no secrets from each other.
เราไม่มีความลับต่อกัน
- The letter was written in a secret code.
จดหมายเขียนด้วยรหัสลับ
คำว่า “confidential” เป็นคำคุณศัพท์หมายถึง ลับ ตั้งใจปกปิดให้เป็นความลับ ตัวอย่างประโยคเช่น
- A person's medical records are confidential.
ประวัติการแพทย์ของบุคคลถือเป็นความลับ
- The actor wanted to keep his information confidential.
นักแสดงอยากเก็บข้อมูลของเขาไว้เป็นความลับ
คำว่า “classified” เป็นคำคุณศัพท์หมายถึง ลับ ไม่เปิดเผยให้ทราบ โดยมักใช้กับเอกสารหรือข้อมูลของทางราชการ ตัวอย่างประโยคเช่น
- These documents contain classified information.
เอกสารเหล่านี้มีข้อมูลลับ
- A hacker discovered classified information on nuclear experiments.
แฮ็คเกอร์พบข้อมูลลับเกี่ยวกับการทดลองนิวเคลียร์
คำว่า “hidden” เป็นคำคุณศัพท์ แปลว่า ซ่อน ปิดมิดชิด หรือลับตา ตัวอย่างประโยคเช่น
- She kept the letters hidden in the box.
เธอซ่อนจดหมายไว้ในกล่อง
- The company uses hidden video cameras to improve security.
บริษัทซ่อนกล้องวิดีโอเพื่อเพิ่มความปลอดภั
คำว่า “private” เป็นคำคุณศัพท์ มีความหมายว่า เป็นส่วนตัว ตัวอย่างประโยคเช่น
- He didn’t want to discuss his private life.
เขาไม่อยากถกเรื่องชีวิตส่วนตัวของเขา
- Each room has a private bathroom.
แต่ละห้องมีห้องน้ำส่วนตัว
คำศัพท์ที่เราใช้เมื่อรู้สึกประหม่าหรือกังวล ได้แก่คำว่า “nervous” ตัวอย่างประโยคเช่น
- She was so nervous about her exams that she couldn’t sleep.
เธอกังวลเกี่ยวกับการสอบมากจนนอนไม่หลับ
- Try to act confidently, even if you feel nervous.
ทำตัวมั่นใจเข้าไว้ แม้ว่าเธอจะรู้สึกกังวลก็ตาม
ในภาษาอังกฤษ หากเราตื่นเต้นเพราะดีใจ หรือจดจ่อกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น จะใช้คำว่า “excited” ตัวอย่างประโยคเช่น
- Are you getting excited about your holiday?
ตื่นเต้นไหมจะได้ไปเที่ยวแล้ว
- He’s excited about his new job.
เขาตื่นเต้นกับงานใหม่
“underweight” เป็นคำคุณศัพท์ แปลว่า มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ตัวอย่างประโยคเช่น
- Women who smoke risk giving birth to underweight babies.
ผู้หญิงที่สูบบุหรี่เสี่ยงที่จะให้กำเนิดเด็กที่มีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์
- The doctor said I’m underweight and put me on a special diet.
หมอบอกว่าผมน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์และให้ทานอาหารแบบพิเศษ
“skinny” เป็นคำคุณศัพท์ แปลว่า ผอมแห้ง ตัวอย่างประโยคเช่น
- Some supermodels are too skinny.
นางแบบที่มีชื่อเสียงบางคนผอมแห้งเกินไป
- I was really skinny when I was a teenager.
ฉันผอมเป็นกุ้งแห้งตอนที่เป็นวัยรุ่น

lean
Script

“lean” เป็นคำคุณศัพท์ มีความหมายว่าผอมแบบสุขภาพดี ไม่มีไขมันส่วนเกิน ตัวอย่างประโยคเช่น
- James is lean, tall and tanned.
เจมส์ผอมกำลังดี สูงแล้วก็ผิวแทน
- He is lean even though he hasn’t played any sports for two years.
เค้ายังผอมสุขภาพดีแม้ว่าเขาไม่ได้เล่นกีฬาอะไรเลยมาสองปีแล้ว

slim
Script

“slim” เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง หุ่นดี หรือผอมบาง ตัวอย่างประโยคเช่น
- She looks so great. How does she stay so slim?
เธอดูดีมากเลย เธอทำให้ตัวเองหุ่นดีได้อย่างไรนะ
- You look so slim in those jeans.
เธอใส่ยีนส์ตัวนี้แล้วดูผอมมาก

thin
Script

“thin” เป็นคำคุณศัพท์ แปลว่า ผอม เช่น
- He was tall and thin with short brown hair.
เขาเป็นคนสูง ผอม ผมสีน้ำตาลสั้น
- She’s so thin but she eats a lot.
เธอผอมมากแต่กินเยอะ
“oversleep” เป็นคำกริยา แปลว่า นอนเพลินจนตื่นสาย ตัวอย่างประโยคเช่น
- Why are you so late? Did you oversleep again?
ทำไมมาสายขนาดนี้ นอนเพลินจนตื่นสายอีกแล้วใช่มั้ย
- I missed the bus this morning because I overslept again.
ฉันขึ้นรถเมล์ไม่ทันเมื่อเช้าเพราะหลับเพลิน
“sleep” เป็นกริยา แปลว่า นอนหลับ โดยเฉพาะนอนหลับตอนกลางคืน ตัวอย่างประโยคเช่น
- Most people sleep for about eight hours.
คนส่วนใหญ่หลับประมาณแปดชั่วโมง
- I didn’t sleep well last night.
เมื่อคืนฉันนอนไม่ค่อยเต็มอิ่ม
“take a nap” เป็นกริยา หมายถึง งีบหลับ หรือหลับเป็นเวลาสั้น ๆ ระหว่างวัน ตัวอย่างประโยคเช่น
- Harry’s taking a nap.
แฮร์รี่กำลังงีบหลับ
- I usually take a nap after lunch.
ฉันมักจะแอบงีบหลับหลังมื้อกลางวัน
“doze off” เป็นกริยา แปลว่า เผลอหลับ หรือสัปหงก ตัวอย่างประโยคเช่น
- I must have dozed off for a few minutes.
ฉันเผลอหลับไปวูบนึงแน่เลย
- The office was so hot I nearly dozed off.
ห้องทำงานร้อนมากจนฉันเกือบหลับไป
“never” เป็น adverb แปลว่า ไม่เคย ตัวอย่างประโยคเช่น
- I’ve never been to Hawaii.
ฉันไม่เคยไปฮาวาย
- She’s never on time.
เธอไม่เคยมาตรงเวลาเลย
“rarely” เป็น adverb แปลว่า นาน ๆ ที ไม่บ่อย หรือ แทบจะไม่ ตัวอย่างประโยคเช่น
- He rarely plays any sports.
เขาแทบจะไม่เล่นกีฬาอะไรเลย
- We rarely see each other now.
ช่วงนี้เราแทบไม่เจอกันเลย
“often” เป็น adverb แปลว่า บ่อย ๆ หรือ หลายครั้ง สามารถใช้ในประโยคคำถามเมื่อต้องการทราบว่าทำอะไรบ่อยแค่ไหน ตัวอย่างประโยคเช่น
- They often spend Christmas at their parents’ house.
พวกเขาใช้เวลาช่วงคริสมาสต์ที่บ้านพ่อแม่ของพวกเขาบ่อย ๆ
- How often do you wash your hair?
คุณสระผมบ่อยแค่ไหน
“sometimes” เป็น adverb หรือคำกริยาวิเศษณ์ มีความหมายว่า บางครั้ง ตัวอย่างประโยคเช่น
- Sometimes I drive to work and sometimes I take a bus.
บางครั้งฉันขับรถไปทำงาน บางครั้งก็นั่งรถเมล์ไป
- The journey takes an hour, sometimes even longer.
การเดินทางใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง บางครั้งก็นานกว่า
“usually” เป็น adverb หมายถึง มักจะ เป็นปกติหรือเป็นส่วนใหญ่ ตัวอย่างประโยคเช่น
- Annie usually wears jeans to work.
แอนนี่มักใส่ยีนส์ไปทำงาน
- I usually cook dinner for myself.
ปกติแล้วฉันทำอาหารเย็นกินเอง
“always” เป็นคำกริยาวิเศษณ์ หรือ adverb แปลว่า เป็นประจำ ทุกครั้ง เป็นเช่นนี้เสมอ เช่น
- I always check that I’ve turned off the lights before I leave the house.
ฉันตรวจดูว่าตัวเองปิดไฟก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง
- He always has noodles for his lunch.
เขากินก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารเที่ยงเป็นประจำ
“glare” เป็นคำกริยา แปลว่า จ้องเขม็ง หรือจ้องมองด้วยความไม่พอใจ ตัวอย่างประโยคเช่น
- Jacob glared and muttered something.
เจค็อบมองด้วยความไม่พอใจและพึมพำบางอย่าง
- She glared at him, her cheeks flushing.
เธอจ้องเขาเขม็ง แก้มแดงก่ำ

peer
Script

“peer” ซึ่งเป็นคำกริยา แปลว่า เพ่ง หรือจ้องเป็นเวลานานเพราะมองไม่ชัดหรือไม่ถนัด ตัวอย่างประโยคเช่น
- She peers closely at the map.
เธอเพ่งมองแผนที่อย่างใกล้ชิด
- I peered through a door but I saw nobody inside.
ฉันเพ่งมองผ่านประตูแต่ไม่เห็นใครอยู่ข้างใน
“glance” เป็นคำกริยา แปลว่า เหลือบมอง ตัวอย่างประโยคเช่น
- He glanced at his watch.
เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ
- He glanced up from his book as I passed.
เขาเหลือบมองจากหนังสือเมื่อฉันเดินผ่าน
“squint” เป็นคำกริยา แปลว่า หยีตา เมื่อเจอแสงที่สว่างมากเกินไปหรือพยายามมอง ตัวอย่างประโยคเช่น
- The bright sunlight made me squint.
แสงจ้ามากจนฉันต้องหยีตา
- Joe squinted at the clock trying to work out what time it was.
โจหยีตามองนาฬิกาเพื่อดูเวลา
“stare” เป็นคำกริยา แปลว่า จ้อง ตัวอย่างประโยคเช่น
- He stared at her in surprise.
เขาจ้องเธอด้วยความประหลาดใจ
- I’m staring at her because I don’t understand what she says.
ฉันได้แต่จ้องเธอเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูด
“watch” เป็นคำกริยา มีความหมายว่า ดู ตัวอย่างประโยคเช่น
- They stayed late to watch football.
พวกเขาอยู่จนดึกเพื่อดูฟุตบอล
- My dad and I watch the sunrise every day.
พ่อกับฉันดูพระอาทิตย์ขึ้นทุกวัน

see
Script

“see” เป็นกริยา หมายถึง เห็น หรือ ดู ตัวอย่างประโยคเช่น
- The weather is fine. We can see the mountain from our window.
วันนี้อากาศดี เราสามารถเห็นภูเขาจากหน้าต่างห้องของเรา
- This is the first time I went to see a football match.
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาดูการแข่งฟุตบอล

look
Script

“look” เป็นกริยา แปลว่า มอง เช่น
- People are looking at him because he is very tall.
ผู้คนมองเขากันใหญ่เพราะเขาตัวสูงมาก
- I looked out the window.
ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง